ประวัติ เอ็มเร่ ชาน

ชื่อจริง : เอ็มเร่ ชาน วันเกิด : 12 ม.ค. 1994 สถานที่เกิด : แฟรงค์เฟิร์ต, ประเทศเยอรมัน เชื้อชาติ : เยอรมัน ความสูง : 184 ซม. ตำแหน่ง : กองกลาง / กองหลัง สโมสรปัจจุบัน : ลิเวอร์พูล ประวัติส่วนตัว  เอ็มเร่ ชาน (กำเนิด 12 เดือนมกราคม 1994) นักเตะมืออาชีพชาวเยอรมัน ซึ่งสามารถเล่นในตำแหน่งกองกลางแล้วก็กองหลัง ตอนนี้ขึ้นตรงต่อสมาพันธ์ลิเวอร์พูลในศึกพรีเมียร์ลีกแล้วก็กลุ่มชาติเยอรมัน เข้าเริ่มการค้าขายลำแข้งกับยอดกลุ่มอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ก่อนที่จะย้ายไปแจ้งกำเนิดเต็มกำลังกับ เลเวอร์คูเซ่น ในปี 2013 เรื่องราวค้าแข้งกับสโมสร ชาน กำเนิดในปี 1994 โดยครอบครัวชาวประเทศตุรกีที่อาศัยอยู่ในแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน เขาร่วมฝึกหัดกับ SV เบลา-เกลบ์ ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 6 ขวบ กระทั่งในปี 2006 ก็เลยได้ย้ายไปเก็บเนื้อเก็บตัวในอคาเดมี่ของ ไอน์ทรัคต์ แฟรงค์เฟิร์ต ก่อนที่จะตกลงใจเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับทางด้าน บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2009 บาเยิร์น มิวนิค             ชาน เคยเล่นให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ทู ในลีก เรจิโอนาลิก้า บาเยิร์น และก็ได้รับโอกาสลงไปในสนามกับชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเกม เดเอฟแอล-ซูเปอร์คัพ 2012 และก็ลงในสนามในศึกบุนเดสลีก้าหนแรกเจอกับทางด้านของ เนิร์นแบร์ก ช่วงวันที่ 13 เดือนเมษายน 2013 ก่อนที่จะซัดประตูแรกให้กับ “เสือใต้” ในเกมที่เปิดรังเอาชนะ ไฟร์บวร์ก 1-0 ช่วงวันที่ 27 เดือนเมษายน 2013 ฤดู 2014-15 ในวันที่ 19 เดือนตุลาคม 2014 เขาได้รับช่องทางลงไปในสนามเป็นตัวจริงให้กับ “หงส์แดง” ในเกมที่เอาชนะ ควีนส์ ปาร์ค แรนเจอร์ส 3-2 ซึ่งต่อไปช่วงวันที่ 8 พ.ย. ระเบียง ได้เปิดซิงยิงไกลสุดงามผ่านมือของ ธีโบต์ เราร์ตัวร์ ในเกมที่เจอกับ เชลซี ก่อนที่จะพ่ายแพ้ไปตอนท้าย 1-2 ฤดู 2015-16 ชาน สามารถเปิดฉากสกอร์แรกในช่วงฤดูกาล 2015-16 ในศึก ยูโรป้า ลีก ที่เจอกับ รูบิน คาซานซึ่งนับว่าเป็นสกอร์แรกภายหลังที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามารับงานที่ปรึกษา เขาถูกปรับให้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางอีกรอบ ข้างหลังโดนโยกไปเล่นเกมรับในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟกับฟูลแบ็คในสมัยของ “บีร็อด” ซึ่งทำให้เขารู้สึกเชิดชูในตัวของ คล็อปป์ มากมายแล้วก็โน่นเปลี่ยนเป็นจุดแปลงสำคัญในหน้าที่ใหม่ของดินแดนกึ่งกลาง “หงส์แดง” ฤดู 2016-17 ตอนวันที่ 14 เดือนสิงหาคม 2016 เขาลงไปในสนามเปิดฉากพรีเมียร์ลีกซีซั่นใหม่ ในเกมที่เอาชนะอาร์เซน่อล 4-3 ติดอยู่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม โดยต่อไปเขาสามารถยิงสองประตูต่อเนื่องกันสองเกมรวดในตอนสิ้นเดือนเดือนตุลาคมและก็ต้นเดือนพ.ย. (คริสตัล พาเลซ, วัตฟอร์ด) ในวันที่ 1 เดือนพฤษภาคม 2017 ชาน สามารถทำคะแนนสุดงามด้วยการกระกระโดดจักรยานอากาศสืบต่อลูกเปิดของคู่ขา ลูคัส เลว่า ช่วยทำให้กลุ่มเอาชนะ วัตฟอร์ด 1-0 รั้งอันดับสามในตารางอย่างเหนียวแน่น…

ดาวยิงสูงสุดในตอนนี้

ภายหลังจากพวกเราได้ติดตามกันไปแล้วใน เกี่ยวกับยอดศูนย์หน้าที่ฟอร์มเร่าร้อนตั้งแต่เปิดฤดู2016-17 ของลีกยุโรป คราวนี้มีข้อมูลของอีก 5 ดาวยิงที่เหลืออยู่มาให้ติดตามกันต่อตรงดังที่คอลูกหนังมุ่งมาดหรือ เนื้อหามีดังนี้นะครับ 1.เวดัด อิบิเซวิช ผลงาน : ลงไปในสนามในลีก 6 นัดหมาย ยิงไป 5 ประตู / ลงเล่นในยูโรป้า ลีก 2 นัดหมาย ยิงไป2 ประตู ผลงานรวม 7 ประตู ศูนย์หน้าตัวเก่งของกลุ่มชาติบอสเนีย ที่ค้าหน้าแข้งกับกลุ่ม “หญิงแก่” แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เคยเป็นอดีตลำแข้งคนสำคัญของ “ม้าขาว” สตุ๊ดการ์ท โดยประตูแรกที่ยิงได้ในยูนิฟอร์มกลุ่มเก่าเป็นการซัลโวใส่สังกัดเดิมตอนนี้ ในปี 2010 ซึ่งยุคเล่นให้สตุ๊ดการ์ทในขณะนั้น ก็โชว์ฟอร์มได้เด่น ลงสู่สนามไป135 นัดหมาย ผลิตประตูได้ถึง 54 ตุง ภายหลังจากหมดสัญญาก็ย้ายมาค้าหน้าแข้งกับ แฮร์ธ่าเบอร์ลิน ในซีซั่นปัจจุบันนี้ เขาออกสตาร์ทได้อย่างเร่าร้อนในลีก ผ่านไป 6 เกม ยิงได้ถึง 5 ประตูดำรงตำแหน่งดาวซัลโวร่วมของลีกอยู่ในช่วงเวลานี้ 2.ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง ผลงาน : ลงไปในสนามในลีก 5 นัดหมาย ยิงไป 5 ประตู / ลงเล่นในยูฟ่า แชมปี้ยนส์ ลีก 2 นัดหมาย ยิงไป 2 ประตู ผลงานรวม 7 ประตู ดาวยิงกลุ่มชาติกาบอง ค้าลำแข้งอยู่กับ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุน โดยย้ายมาจาก แซงต์ เอเตียน ในลีกเอิงประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี 2013 ด้วยค่าตอบแทน 13 ล้านยูโร ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับสังกัดเดิม โดยเมื่อฤดูที่แล้วช่วยสังกัดเดิมยิงในลีกได้ถึง 25 ประตู จนกระทั่งเข้าป้ายเอารางวัลหน้าแข้งดีเลิศที่ปีของบุนเดสลีกา ด้วยฝีเท้าที่ปรับปรุงโดยตลอด ทำให้เขากลายเป็นจุดมุ่งหมายของหลายสมาคมยักษ์ใหญ่ในยุโรป อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล รวมทั้ง บาร์เซโลน่า แต่ว่าเจ้าตัวยังเลือกที่จะรับใช้สังกัดเดิมปัจจุบันนี้ถัดไป ซึ่งเขาก็เริ่มซีซั่นใหม่ (2016-17) ได้อย่างน่าประทับใจจากผลงาน 5 นัดหมาย 5 ประตู เป็นหัวหน้าร่วมดาวยิงสูงสุดของลีกอยู่ในเดี๋ยวนี้ 3.ลิโอเนล เมสซี่ ผลงาน : ลงไปในสนามในลีก 5 นัดหมาย ยิงไป 4 ประตู / ลงเล่นในยูฟ่า แชมปี้ยนส์ ลีก 1 นัดหมาย ยิงไป 3 ประตู ผลงานรวม 7 ประตู แนวรุกกัปตันกลุ่มชาติอาร์เจนติน่าของ บาร์เซโลน่า ได้รับการชมเชยว่าเป็น 1 ใน 2 นักฟุตบอลที่เยี่ยมที่สุดในโลกลูกหนังปัจจุบัน เริ่มเล่นบอลกับสถานที่เรียนลูกหนัง “ลามาเซีย”ของบาร์เซโลน่า แล้วต่อจากนั้นปรับปรุงฝีเท้าจนกระทั่งก้าวขึ้นมาติดชุดใหญ่ แล้วก็แปลงเป็นกำลังสำคัญของกลุ่มได้อย่างเร็ว เปิดฉากสนามกับกลุ่มชุดใหญ่เมื่อต.ค. 2004 ด้วยวัยเพียงแต่ 17 ปี 3 เดือน กับอีก 22 วันนับว่าเป็นหน้าแข้งอายุน้อยสุดที่ลงเล่นให้กลุ่ม “เจ้าบุญทุ่ม” ในแมตช์อย่างเป็นทางการ เมื่อตั้งตัวเองเองเป็นคีย์แมนของกลุ่มได้เสร็จ เขาก็แปลงเป็นหน้าแข้งหมายเลย 1 ของกลุ่ม ด้วยวิธีการเล่นที่ดีและก็การยิงประตูที่เฉียดฉิวขาด ความสามารถพาบอลตะลุยฝ่าแนวรับคู่แข่งขันที่เกิดขึ้นเสมอ โดยเมสซีลงเล่นให้สังกัดเดิมที่นี้ไปแล้ว 12 ซีซั่น ทำผลงานได้อย่างอัศจรรย์กระทั่งแปลงเป็นหน้าแข้งที่ยิงประตูให้กลุ่มได้สูงสุดนิรันดรไปแล้วถึง 461 ประตู ช่วยกลุ่มประสบผลสำเร็จมากมายก่ายกอง เป็นแชมป์ลีกถึง 8 ยุค รวมทั้งแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 ยุค นอกเหนือจากเกียรติยศส่วนตัวก็ได้มาหลายรางวัล ดังเช่นว่า บัลลงดอร์ หน้าแข้งดีเลิศของสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ และก็หน้าแข้งดีของยุโรป 4.เซร์คิโอ อเกวโร่ ผลงาน : ลงไปในสนามในลีก 5 นัดหมาย ยิงไป 5 ประตู / ลงเล่นในยูฟ่า แชมปี้ยนส์ ลีก 2 นัดหมาย ยิงไป 3 ประตู ผลงานรวม 8 ประตู ยอดศูนย์หน้ากลุ่มชาติอาร์เจนว่ากล่าวน่า ขึ้นตรงต่อสมาคม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เริ่มชีวิตนักเตะอาชีพกับ อินดิเพนเดนเต้ ชมรมโด่งดังในประเทศถิ่นกำเนิด แม้กระนั้นมาสร้างชื่อดังเป็นดอกไม้ไฟแตกให้แฟนบอลทั้งโลกได้ทราบจะตอนย้ายไปเล่นให้กลุ่ม “ยี่ห้อหมี” แอตเลว่ากล่าวโกมาดริด ยอดกลุ่มที่ลาลี กา ประเทศสเปน ภายหลังจากโชว์ฟอร์มได้ดีเยี่ยม ฝากผลงานลงสู่สนามทั้งผอง 175 นัดหมาย ซัลโวไปถึง 101 ประตู พาทีมได้แชมป์ยูโรป้า ลีก ในปี 2010 จวบจนกระทั่งถูกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2011 ด้วยค่าจ้างมากถึง 38 ล้านปอนด์ ซึ่งเขาก็ตอบสมาคมได้อย่างคุ้ม โดยลงเล่นกับกลุ่มไปแล้ว 5 ซีซั่น ยิงไป 147 ประตู จาก 154 นัดหมายรวมทุกรายการ เป็นอย่างยิ่งหลักช่วยพาทีมได้แชมป์พรีเมียร์ลีกได้ 2 ยุค (2011-12, 2013-14) นอกจากนั้นในช่วงฤดูกาล 2014-15 ยังเอารางวัลดาวซัลโวสูงสุดของลีกอีกด้วยจากแนวทางการทำได้ 26 ประตู 5.เอดิสันคาวานี่ ผลงาน : ลงสู่สนามในลีก 7 นัดหมาย ยิงไป 8 ประตู / ลงเล่นในยูฟ่า แชมปี้ยนส์ ลีก 2 นัดหมายยิงไป 3 ประตู ผลงานรวม 11 ประตู เพชรฆาตจอมทะลวงตาข่ายกลุ่มชาติอุรุกวัย ปัจจุบันนี้ค้าลำแข้งกับ กรุงปารีส แซงต์ -แชรืกแมง โดยเขาเริ่มสร้างชื่อมีชื่อเสียงยุคเล่นให้ ท้องนาโปลี ตอนปี 2010-2013 โชว์ฟอร์มกระฉูดยิงกระจัดกระจาย ลงสู่สนามไป 138 นัดหมาย ยิงได้ถึง 104 ประตุๆ เคยครอบครองรางวัลดาวซัลโวสูงสุดของกัลโช่ เซเรีย อา ในซีซั่น 2012-13 โดยยิงได้ 29 ประตู ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมนี้ ทำให้เจ้าตัวถูกยอดกลุ่มที่ประเทศฝรั่งเศสฉุดกระชากตัวมาร่วมทีมในซีซั่น 2013-14 ด้วยค่าตอบแทนก้อนโตถึง 64ล้านยูโร โดย คาวานี่ ลงเล่นให้ เปแอสเชไปแล้ว 3 ซีซั่น ลงไปในสนามไปทั้งผอง 156 นัดหมายซัดไป 92 ประตู ช่วยสังกัดเดิมคว้าชัยชนะลีกเอิงได้ 3 ยุคซ้อน (2013-14, 2014-15, 2015-16)โดยภายหลังจากเปิดตัวซีซั่นใหม่ 2016-17 ในลีกไปเพียงแค่ 7 นัดหมาย เขาท็อปฟอร์มกดไปแล้วถึง 8 ประตู ขึ้นนำเป็นดาวซัลโวสูงสุดในลีก กับการครอบครองเบอร์ 1 ดาวยิงสูงสุดของยุโรปอยู่ณ เวลานี้…

ไม่สุด!! ตำนานไม่ไม่ได้แขวนสตั๊ดกับทีม

บรรดาผู้เล่นที่รับใช้สมาคมมาอย่างนาน  ทั้งสิ้นต่างมีความมุ่งมั่นจะจบชีวิตการค้าขายหน้าแข้งกับสังกัดเดิม ที่ทำให้พวกเขามีวันนี้ บางรายสมหวัง บางรายผิดหวัง ในโลกที่บอลเป็นเรื่องธรรมดาปกติเกิดขึ้นได้เสมอ วันนี้พวกเรามีข้อมูลที่น่าดึงดูด เกี่ยวกับนักฟุตบอลสตาร์ตามที่เปรียบได้เสมือนดั่งเครื่องหมายของชมรม แต่ว่ามิได้ลงเอยแขวนสตั๊ดสถานีสุดท้ายกับสังกัดเดิมอันเป็นที่เรา พวกเขาเหล่านั้นจะเป็นผู้ใดกันกันบ้าง ไปติดตามรายละเอียดกันเลย จอห์น เทอร์รี่ เขาเป็นกำแพงข้างหลังจอมเก๋าที่เป็นลูกพี่ใหญ่ของ “สิงห์บูลส์” เชลซี ในสมัยเจริญก้าวหน้าอย่างแท้จริง ซึ่ง เทอร์ปรี่ เป็นกัปตันกลุ่มคนแรกของสมาพันธ์ที่ได้ยกโทรฟี้แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นอกเหนือจากนี้เจ้าตัวยังเป็นอย่างยิ่งสำคัญในและก็นอกสนามให้กับกลุ่มตลอดมา เป็นผู้เล่นที่ซื่อสัตย์ภักดีตามสไตล์ลูกหม้อของชมรม แม้ว่าจะต้องการอยู่ค้าหน้าแข้งกับกลุ่มถัดไป แม้กระนั้นช่องทางลงสู่สนามในซีซั่นก่อนหน้านี้น้อยมาก เป็นต้นเหตุให้จะต้องโบกไม้โบกมือลากลุ่มอันเป็นสุดที่รัก โดยปัจจุบันตกลงใจย้ายร่วมกองทัพ “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลล่า ทีมในระดับ เดอะ แชมเปี้ยนส์ ชิพ เรียบร้อยแล้ว สตีเว่น เจอร์ราร์ด กองกลางรายนี้เป็นขวัญใจสาวก “เดอะ ค็อป” อย่างแท้จริง ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุเดือด มีลูกยิงไกลอันเอาจริงเอาจังร้ายแรง เป็นอันมากสำคัญพาทัพ “หงส์แดง” ซิวถ้วยบิ๊กเอียร์ และก็บอลถ้วยอีกหลายรายการ ปรับปรุงฝีเท้าตนเองยกฐานะจากลำแข้งอะคาเดมี่ของสมาพันธ์สู่ตำแหน่งกัปตันกลุ่มผู้มีอิทธิพล แม้กระนั้นช่วงปลายอาชีพค้าลำแข้ง “สตีวี่จี” กลับมิได้รับการต่อสัญญา ทำให้เจ้าตัวตกลงใจย้ายออกจากกลุ่มไป ท่ามกลางความเศร้าใจรวมทั้งเสียดายของ “เด็กหงส์” ทั่วทั้งโลก เหลือไว้เพียงแต่ผลงานอันดีเลิศและก็น่าประทับใจตลอด 17 ปีในถิ่นแอนฟิลด์ เป็นความทรงจำที่จะอยู่ในใจแฟนบอลลิเวอร์พูลตลอดกาล อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ หน้าแข้งรายนี้เป็นหนึ่งใน โกลเด้น บอย ของแวดวงลูกหนังดินแดนมะกะโรนี “ป๋าเดล” เป็นขวัญใจสาวก “เบียงโคเนรี่” ตลอดมา ไม่ว่า ยูเวนตุๆส จะเสร็จหรือล้มเหลว นักฟุตบอลตำนานเลข 10 ของกลุ่มผู้นี้ไม่เคยทอดทิ้งสโมสรไปไหน เขาทำสถิติลงในสนามสูงที่สุด รวมทั้งเป็นดาวซัลโวชั่วกับชั่วกัลป์ของกองทัพ “ม้าลาย” แม้ว่าจะยิ่งใหญ่แค่ไหน แม้กระนั้นตอนปลายก็มิได้จบรีไทร์กับสังกัดเดิมอันเป็นสุดที่รัก โดยตกลงใจย้ายออกจากกลุ่มไปเมื่อปี 2012 ชาบี้ เอร์นานเดซ ผลิตผลคนสำคัญจากสถานที่เรียนลูกหนัง “ลามาเซีย” ของ บาร์เซโลน่า ชาบี้ เป็นกำลังหลักสำหรับการพาทีมประสบผลสำเร็จเยอะมาก ร่วมถึงระดับกลุ่มชาติก็เหมือนกัน แม้กระนั้นในที่สุดชีิวตค้าลำแข้งก็เปลี่ยน เจ้าตัวมิได้จบกับสังกัดเดิมที่ปลุกปั้นเขามา โดยตกลงใจล่ำลากลุ่มไปเมื่อปี 2015ย้ายไปค้าลำแข้งในการ์ต้ากับกลุ่ม อัล ซาดด์ ทิ้งความจำอันยิ่งใหญ่ไว้ที่คัมป์ นู กับผลงานลงไปในสนาม 505 นัดหมายรวมทุกรายการ ซัดไป 58 ประตู รวมทั้ง 99 แอสซิสต์ ตลอดเวลาร่วม 17 ปี ราอูล กอนซาเลซ ศูนย์หน้าระดับตำนานของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เป็นลำแข้งขวัญใจแฟนบอลชั่วกับชั่วกัลป์อย่างแท้จริง ราอูล รับใช้สังกัดเดิมมายาวนานถึง 16 ปี ลงในสนามไปทั้งสิ้น 726 นัดหมาย ซัดไป321 ประตู ก่อนโบกไม้โบกมือลาย้ายไปค้าหน้าแข้งในบุนเดสลีกากับ “ราชันสีน้ำเงิน” ชาลเก้ 04 ต่อจากนั้นก็ผ่านทวีปมาค้าหน้าแข้งกับ อัล ซาดด์ ในลีกสูงสุดการ์ต้า แล้วก็ไปจบสถานีในที่สุดที่เมเจอร์ลีกซ้อคเกอร์กับ นิวยอร์ค คอสมอส รวมทั้งประกาศรีไทร์เลิกเล่นในวัย 38 ปีไปเมื่อปี 2015…

เป็นต่อ!! เหตุผลที่แมนยูควรคว้าแชมป์ยูโรป้า

จบสิ้นลงไปแล้วด้วยความร่าเริงแจ่มใสชื่นบานของสาวก  “เร้ดเดวิลล์” ภายหลังกลุ่มรักสร้างประวัติศาสตร์ซิวแชมป์ ยูโรป้า ลีก หนแรกได้เสร็จ ด้วยการเอาชนะ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 2-0 เมื่อคืนนี้ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา แชมป์รายการนี้ ทำให้กลุ่มปีศาจแดงทำสถิติคว้าชัยชนะได้ครบทุกถ้วยที่ลงฟาดแข้ง พร้อมได้โควต้าไปฝ่าศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มซีซั่นหน้าโดยทันที โน่นทำให้ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนซัมเมอร์นี้ พวกเขาได้โอกาสได้หน้าแข้งตัวท็อปมาเสริมกลุ่มอีกเยอะแยะ แม้กระนั้น แม้ผู้ใดได้ดูเกมเมื่อคืนนี้ คงจะรู้สึกแบบเดียวกันว่าไม่ใช่เกมที่สนุกสนานตื่นเต้น แล้วก็รูปเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มิได้เหนือกว่า ทั้งสถิติข้างหลังจบเกมที่ออกคู่ประมือจากชาวฮอลแลนด์ลีกได้โอกาสยิงแล้วก็ครอบครองบอลได้มากกว่าด้วย แล้วอะไรเป็นเหตุวินิจฉัยเกมที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยแบบไม่ลำบากยากแค้น พวกเรามีรีวิวข้อมูลส่วนนี้มาฝากกัน ไปติดตามเนื้อหากันเลย 1.ผีแดงเด็ดขาดกว่ามากมายในจังหวะท้ายที่สุด รองแชมป์ชาวดัตช์ลีก ได้โอกาสยิงประตูมากยิ่งกว่าเกือบจะ 3 เท่า (17 ต่อ 6) แต่ว่าแปลงให้ตรงกรอบได้น้อยกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด (3 ต่อ 4) พวกพ้อง “เร้ดเดวิลล์” ได้ประตูโดยทันทีจากการยิงตรงกรอบทีแรกในนาทีที่ 18 ถึงแม้ว่าลูกสับไกลของ ปอล ป็อกบา จะไถลแนวรับของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก็ตาม 2. ความเก๋าเกมไม่เหมือนกันมาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ถูกบันทึกสถิติว่าเป็นกลุ่มที่ส่ง 11 ตัวจริงลงสู่สนามในเกมยุโรปรอบชิงแชมป์ที่แก่เฉลี่ยต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ (22 ปี 282 วัน) โดยที่ 6 คนจากทั้งปวงอายุไม่เกิน 21 ปี โดยยิ่งไปกว่านั้นในรายของ มัทไธส์ เดอ ไลท์ เซ็นเตอร์แบ็คดาวรุ่ง ที่เปลี่ยนเป็นหน้าแข้งเด็กสุดตลอดกาลที่ลงเล่นในนัดหมายชิงรายการของยูฟ่าไปแล้ว (17 ปี 285 วัน) กลุ่มวัยละอ่อนชุดนี้จะเอาอะไรไป แตกต่างจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่อุดมไปด้วยสตาร์ตามที่ผ่านนัดหมายชิงเกมใหญ่ๆมาแล้วมากมายก่ายกอง อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ฆวน มาต้า, ปอล ป็อกบา ทั้งปวงต่างเคยลงเล่นนัดหมายชิง UCL ส่วนเซร์คิโอ โรเมโร่ ก็พึ่งจะผ่านการเฝ้าเสาให้กลุ่มชาติอาร์เจนว่ากล่าวน่ามาแล้วในแมตช์ชิงดำบอลโลกเมื่อ 3 ปีกลาย ยิ่งตัวเทรนเนอร์ไม่ต้องกล่าวถึง ปีเตอร์ บอสซ์ ไม่เคยมีประสบการณ์นัดชิงบอลยุโรปมาก่อน ตรงกันข้ามแบบทั้งหมดกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้ว 2ยุค แถมเมื่อคืนก็พึ่งครองแชมป์รายการนี้ได้เป็นครั้งที่ 2 ของตนอีกด้วย 3. “พี่ฟู” เก็บกินลูกในอากาศเรียบวุธ เกมเมื่อคืนกองกลางหัวฟูกลุ่มชาติประเทศเบลเยี่ยม มารูยาน เฟลไลนี่ ทำสถิติชนะการดวลลูกในอากาศในเกมยูโรป้า ลีก นัดหมายเดียวได้มากที่สุดถึง 15 ครั้ง ส่วนคู่ปรับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัมทั้งที ชนะการดวลลูกโหม่งรวมกันเพียงแค่ 12 ครั้งเพียงแค่นั้น พูดได้ว่าภายหลังเจาะเกมรับปีศาจร้ายแดงด้วยบอลบนพื้นไม่เป็นผลสำเร็จ ก็ไปไม่เป็นอีกเช่นเดียวกันสำหรับการใช้บอลโด่งบอมบ์ยาว…

ศูนหน้าที่หน้าจับตามองในตอนนี้

บอลพรีเมียร์ลีกผ่านไปแล้ว 11 เกม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เป็นกลุ่มที่ยิงประตูได้สูงสุดปริมาณ 30ประตู พร้อมด้วยการครองตำแหน่งหัวหน้าฝูงเก็บได้ 26 แต้ม สำเร็จงานอันดีจากฟอร์มที่รุนแรงภายใต้การควบคุมกองทัพของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน ถึงแม้การผลิตสกอร์ในตอนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาจะยังไม่มีปัญหา เนื่องจากว่าหน้าแข้งแนวรุกที่ไม่ใช่ตำแหน่งกองหน้าธรรมชาติสามารถยิงประตูได้ตลอด แม้กระนั้นกลุ่มก็จำเป็นจะต้องเสริมขุมกำลังในเกมรุกอีก โดยยิ่งไปกว่านั้นตำแหน่งหัวหอกตัวเป้า ที่เป็นข้อด้อยของกลุ่มมายาวนานข้างหลังการขาดหายไปของ หลุยส์ ซัวเรซ แม้ว่าจะมี แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, ดิว็อก โอริกี้ และก็ แดนนี่ อิงส์ อยู่แล้วแม้กระนั้นอีกทั้ง 3 รายประสบพบเจอปัญหาอาการเจ็บก่อกวนอยู่บ่อย ก็เลยจำเป็นที่จะต้องมองหาศูนย์หน้าตัวจบสกอร์คนใหม่เข้ามาเพิ่มความเหี้ยมโหดอำมหิตในดินแดนหน้า ทั้งยังยังเป็นแผนสำรองในกรณีแนวรุกจากดินแดนกึ่งกลางฟอร์มฝืด รวมทั้งนี่เป็น 6 ดาวยิงที่ ลิเวอร์พูล คงจะพินิจล่าตัวมาร่วมทัพในตอนตลาดจำหน่ายนักฟุตบอลรอบสองม.ค. จะมีใครกันแน่บ้างนั้น ไปติดตามกันเลย .1.อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ (แอธเลติก บิลเบา) เจ้าหนูเชื้อสายประเทศสเปน-กาน่า เพิ่งจะมีข่าวสารกับกองทัพ “หงส์แดง” เมื่อเดือนที่ผ่านมานี่เองเขาโตมาจากศูนย์ฝึกหัดเยาวชนของ แอธเลติก บิลเบา โดยตรง ด้วยฝีเท้าที่เก่งเกินวัย ทำให้เขาทะลุขึ้นสู่กลุ่มชุดใหญ่ภายในระยะเวลา 2 …

x
No Deposit Bonus